Warning: fopen(backoffice/counter/count_4__44.txt) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in C:\Inetpub\vhosts\thaiwaterlily.com\httpdocs\show_page.php on line 32

Warning: fputs(): supplied argument is not a valid stream resource in C:\Inetpub\vhosts\thaiwaterlily.com\httpdocs\show_page.php on line 33

Warning: fclose(): supplied argument is not a valid stream resource in C:\Inetpub\vhosts\thaiwaterlily.com\httpdocs\show_page.php on line 34
การปราบตะไคร่น้ำและสาหร่ายในอ่างบัว
 
 
เก็บข่าวบัว/Hot issue
ความรู้คู่บัว/Knowledge
เรื่องบัวเด่น/Waterlily Highlight
นานาสาระบัว/Miscellaneous
คุยกับเสริมลาภ/Talk with Us
 
 
คำถามที่พบบ่อย/FAQ
 
 
 
 
 

 
     
  ความรู้คู่บัว/Knowledge  
     
 
 
 

  การปราบตะไคร่น้ำ และสาหร่ายในอ่างบัวสำหรับสุภาพสตรีที่ต้องการมีเล็บงาม

 
     
 

 เสริมลาภ วสุวัต

 
 

 

 
     
     
 

ตะไคร่น้ำและสาหร่ายเป็นศัตรูที่สำคัญยิ่งในการปลูกบัวเป็นไม้ดอก-ประดับ ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกในภาชนะจำกัด ทั้งแบบปลูกในภาชนะโดยตรงหรือปลูกในภาชนะแล้วยกลงแช่ในบ่อ ซึ่งผู้ปลูกต้องเสียเวลาในการดูแลรักษาส่วนใหญ่ไปกับการคอยกำจัด เพราะตะไคร่น้ำและสาหร่ายจะ
1. ทำให้กอบัวไม่สวย
2. บางชนิดชอบแย่งอาหารบัว
3. บางชนิดพันยอดและดอกบัวทำให้โผล่ขึ้นเหนือน้ำไม่ได้
4. ในฤดูหนาวที่บัวพักตัว จะเกาะและแย่งอาหารจากหัว หน่อ หรือเหง้าบัว ทำให้ฝ่อ และ / หรือ เน่าตาย

การป้องกันและกำจัดตะไคร่น้ำและสาหร่ายเหล่านี้คือ การเก็บทิ้ง ถ้าปลูกบัวไม่มาก หรือ ใช้สารเคมีได้แก่ ด่างทับทิม  ใส่ให้ละลายน้ำในอ่างบัวจนเป็นสีบานเย็น เข้มหรือจาง ขึ้นอยู่กับความ หนา-บาง มาก-น้อย ของตะไคร่น้ำและสาหร่ายในอ่าง เมื่อทิ้งไว้ 2-3 วัน สาหร่าย-ตะไคร่น้ำตายจะตกตะกอนคล้ายผงสีน้ำตาล ทำให้สภาพของน้ำในอ่างและก้นอ่างดูไม่สวย ต้องมีการเก็บโดยดูดหรือถ่ายน้ำออก ซึ่งมีการแนะน้ฃำห้ดูดตะกอนด้วยการดูดหรือถ่ายน้ำออกไม่ให้เกินครึ่งอ่างแล้วเติมน้ำใหม่ให้เต็ม ซึ่งนอกจะเป็นการเปลืองน้ำ เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ซึ่งไม่ควรเสียในภาวะเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟอย่างเวลานี้ ยังทำให้บัวในภาชนะถูกเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ยั้งการเจริญเติบโตไปบ้าง

ดังนั้นวิธีที่ป้องกัน-กำจัด ตะไคร่น้ำ-สาหร่ายที่ดีที่สุดคือ การเก็บทิ้ง ซึ่งต้องใช้มือ
ก็เพราะการใช้มือนี่แหละครับ ที่ทำให้สุภาพสตรีที่ต้องการสงวนเล็บยาวๆ ที่สวยงามนั้นไว้ ไม่อยากปลูกบัว เพราะการเก็บ ทำให้มือ-เล็บ ต้องเปื้อนดินสกปรก ต้องไปเสียเวลา และ เงินตกแต่ง ขัดและระบายสีเล็บใหม่

เล็บที่งาม ของคุณสุภาพสตรีปัจจุบันเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรีไปแล้ว แทนที่จะใช้เป็นอาวุธประจำตัวอย่างสตรีสมัยก่อน ที่ถือว่าเป็นเครื่องประดับเพราะมีการตกแต่ง เพิ่ม-ทาสีสวยให้เป็นที่สะดุดตา (ชาย) มีสีชมพูอ่อน ชมพูแก่ แดงอ่อน-แก่ ม่วง และแม้กระทั่งสีดำ

สตรีที่ทั้งสุภาพและไม่สุภาพสมัยก่อน ไว้เล็บเพื่อใช้เป็นอาวุธประจำตัว เช่น ใช้ทิ่มแทงตาไอ้พวกอันธพาล    ที่มารังแก หรือ จิก-หยิก และข่วน พ่อเจ้าประคุณที่ชอบกลับบ้านดึกๆ บ่อยๆ แล้วอธิบายไม่ได้ แต่มาปัจจุบัน วิธีการดังกล่าวล้าสมัยไปเสียแล้ว ใช้อุปกรณ์ที่เล็กนิดเดียวแต่คมกริบที่ฝรั่งเขาเรียกแล้วพวกเรามาเรียกทับศัพท์ว่า “คัตเตอร์” ดีกว่า เอามากวัดแกว่งให้พ่อนั่นเห็นเสียแผลบเดียว พ่อนั่นจะตาลีตาเหลือกกลับบ้านแต่วันทุกวันเลย !
“ปางอุบล” ได้พบและพัฒนาวิธีการปราบตะไคร่น้ำและสาหรายโดยไม่ต้องใช้มือแล้วครับ และไม่ต้องถ่ายน้ำให้เปลืองด้วย โดยใช้กระชอนกับประสบการณ์ วิธีการ และความชำนาญแทน ดังนี้ครับ

เมื่อใช้ด่างทับทิมฆ่าตะไคร่น้ำ-สาหร่ายจนตกตะกอนเป็นผงสีน้ำตาลแล้วต้องอาศัยประสบการณ์รอจนตะไคร่น้ำและสาหร่ายเริ่มฟื้นตัว จะเจริญเติบโตใหม่โดยจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพของผงสีน้ำตาลมาเป็นเส้นใยอ่อนๆ  สีเทา ซึ่งจะเชื่อมเป็นผืนอยู่ก้นอ่างและบนดินปลูก เป็นช่วงที่ตะไคร่และสาหร่ายไม่เหนียวเกินไป ใช่กระชอนผ้าโปร่งหรือพลาสติกอ่อนโปร่งตาเล็กที่สุดที่น้ำลอดได้ ขนาดที่พอเหมาะของกระชอนเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดประมาณ       15 เซนติเมตร (6นิ้ว)  จะใหญ่หรือเล็กกว่านี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแต่ละคน ให้เป็นกระชอนที่มีด้ามยาว เมื่อ จับใช้มือไม่ถูกน้ำ ก็ไม่ต้องทาเล็บใหม่

วิธีการคือ ใช้กระชอนนี่แหละครับ เกี่ยว-รั้ง ดึงให้ตะไคร่น้ำ-สาหร่ายสีเทาที่เริ่มจับตัวกันที่ก้นอ่างและบนผิวดินปลูกบัว ความชำนาญที่ต้องใช้คือ การเกี่ยวพร้อมกับขยับข้อมือพลิกกระชอนให้เงย เพื่อดึงให้สาหร่าย-ตะไคร่น้ำ ขยับจากที่เดิม รั้งขึ้นมาแล้ววนกระชอนให้ตะไคร่-สาหร่ายวนตามเป็นก้อน-กระจุก ตักขึ้นมา ซึ่งต้องใช้ความชำนาญ-ทำบ่อยๆ ของแต่ละคน รวมทั้งความชอบ-เหมาะของแต่ละคนที่จะใช้กระชอนใหญ่-เล็กแค่ไหนด้วย ที่”ปางอุบล”ได้กระชอนขนาด 15 เซนติเมตร เพราะถ้าเล็กเกินไป ตักตะไคร่น้ำ-สาหร่ายไม่ได้ทั้งกระจุก บางส่วนจะหลุดไปต้องตามตักหลายครั้ง หรือถ้าใช้กระชอนใหญ่เกินไปจะเกะกะ กับก้าน-ใบบัว ครับ ถึงได้ย้ำว่า ขึ้นอยู่กับ วิธีการ ประสบการณ์ และความชำนาญของผู้ใช้งาน

ข้อเสียเล็กน้อยของวิธีการนี้คือ เวลาตัก ขอบกระชอนอาจเกี่ยวดิน-ขุดดินปลูก ทำให้น้ำขุ่น แต่เมื่อเสร็จแล้วทิ้งข้ามคืน ดินจะตกตะกอน น้ำใสอย่างเดิม แต่ข้อดีมีมากกว่าคือ ไม่ต้องถ่ายน้ำ สภาพแวดล้อมของบัวไม่เปลี่ยน และไม่เปลือง น้ำไม่ผิดหลักเศรษฐกิจ เพราะเมื่อไม่ถ่ายน้ำก็ไม่ต้องเติมน้ำใหม่และที่ดีที่สุดตามวัตถุประสงค์ของชื่อเรื่อง คือ เล็บของคุณสุภาพสตรีที่ปลูกบัว จะงามเหมือนเดิม ไม่เปลืองสตางค์ที่ต้องไปล้างเล็บ ขัดเล็บและทาสีเล็บใหม่บ่อยๆ

ทราบแล้ว มาสนใจปลูกบัวกันดีกว่านะครับพันธุ์บัวสวยๆ-หอมๆ ที่”ปางอุบล” มีเยอะแยะเลย

 
     


อ่าน 21840   Send to friend Print


 
อย่าลืมดูที่ตั้งบัวในหน้าฝน
ฝนนี้ อย่าลืมดูตำแหน่งอ่างบัว
 
การบรรจุดินปลูก/Soil In Pot for Planting-ENG
สำหรับคนที่ถามว่าจะบรรจุดินแบบใด/ For the one who curious about "how to put the soil inthe Pot for waterlily grow?"
 
เมื่อน้องบัว "รากลอย"
ปลูกนานๆใบบัวเล็กลง ทำไงดี
 
 
 
 
 
   
Send to Friend Print this Page